เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค 2538 ทำธุรกิจตัวแทนออกของผ่านพิธีการศุลกากรหรือชิปปิ้ง
ทางเลือกหนึ่ง ถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทชิปปิ้งสำหรับนำเข้า-ส่งออกสินค้าของท่าน ที่มีความจริงใจและรับผิดชอบ
เรียน ผู้ใช้บริการคลังสินค้าอันตราย 1. ตามประกาศท่าเรือแหลมฉบัง เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด มีข้อความโดยสรุปดังนี้ 1.1. เจ้าของเรือหรือตัวแทน และเจ้าของสินค้าหรือตัวแทน ต้องส่งข้อมูลรายงานสินค้าอันตรายและข้อมูลความปลอดภัย ทาง DG-NET (www.dg-net.org) หากไม่ส่งข้อมูลล่วงหน้าตามที่กำหนด ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเทียบเรือ และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ จะงดให้บริการสินค้าอันตราย หากไม่ปฏิบัติตามประกาศฯ หรือไม่ติดฉลากหรือเครื่องหมาย ท่าเรือแหลมฉบังจะเรียกเก็บค่าปรับ 1.2. เจ้าของสินค้าที่จะรับสินค้าอันตราย ต้องจัดรถที่มีสภาพพร้อม และคนขับรถที่มีใบขับขี่ประเภทที่ 4 หากจัดหาคนขับรถที่ไม่มีใบขับขี่ประเภทที่ 4 หรือจัดคบขับรถที่มีไม่พร้อม หรือรถบรรทุกที่มีสภาพไม่ปลอดภัย ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเทียบเรือ และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี ฯ จะตรวจสอบและงดให้บริการ 2. บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ (คลังสินค้าอันตราย) ในฐานะผู้ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศ ขอความร่วมมือและรณรงค์จากผู้ใชบริการ ดังนี้ 2.1. บริษัทฯ ได้ทำการจัดอบรมการใช้งาน DG-Net ให้กับผู้ใช้บริการตลอดเดือนพฤษภาคมแล้ว ดังนั้นการรับตู้สินค้าอันตรายในระหว่างวันที่ 23-31 พฤษภาคม หากไม่มีข้อมูลผ่านทาง DG -Net บริษัทฯ จะส่งข้อมูลให้ท่าเรือแหลมฉบังทราบ เพื่อปรับตามประกาศก่อนที่จะปล่อยตู้สินค้า และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน บริษัทฯ จำเป็นต้องรับตู้สินค้าเฉพาะที่มีข้อมูลใน DG-Net เท่านั้น โดยจะงดให้บริการกับตู้สินค้าที่ไม่ส่งข้อมูล ทั้งขาเข้า และขาออก 2.2. บริษัทฯ ได้ทำการอบรมผู้ควบคุมการขนส่งเพื่อให้สามารถเตรียมคนขับรถและตรวจสภาพรถใน สังกัดไปส่วนหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน บริษัทจะทำการสุ่มตรวจรถและคนขับรถ โดยจะส่งข้อมูลให้กับท่าเรือแหลมฉบัง เจ้าของรถขนส่ง และเจ้าของสินค้าผู้ว่าจ้าง เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด ผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย
1. พิธีการศุลกากรสำหรับผู้โดยสารขาเข้า ผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ผ่านพิธีการศุลกากรช่องตรวจสีเขียว สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้านั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีแดง 1.1 ของที่ต้องชำระอากร โดยทั่วไป ของทุกชนิดที่นำเข้ามาในประเทศไทยต้องเสียภาษีอากรตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศต้องมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน แต่กรมศุลกากรได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ให้สามารถชำระภาษีอากรสำหรับของติดตัวผู้โดยสารได้ โดยไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบในลักษณะการค้า วิธีดังกล่าวนั้น เรียกว่า การเสียภาษีอากรปากระวาง ซึ่งมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้ เป็นของที่นำเข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า ของมีมูลค่าไม่เกิน 80,000.00 บาท ผู้โดยสารต้องสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งของทั้งหมด ไปปฏิบัติพิธีการศุลกากร ที่ฝ่ายพิธีการกลาง ส่วนบริการภาษีอากร สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ ด่านศุลกากรภูมิภาคที่มีท่าอากาศยานนานาชาติ โดยผู้โดยสารจะได้รับใบรับฝากสิ่งของ (แบบที่ 466) ไว้เป็นหลักฐานเพื่อไปติดต่อชำระภาษีอากรในภายหลัง 1.2 ของที่ได้รับยกเว้นอากร (1) ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เอง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา ปากกา แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น หรือของใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ มูลค่าไม่เกิน 10,000.00 บาท จะได้รับการยกเว้นอากร ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตาม หลักฐานอื่นประกอบ แต่ของใช้ส่วนตัวดังต่อไปนี้จะต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด บุหรี่ ไม่เกิน 200 มวน หรือ ซิการ์และยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม สุรา 1 ลิตร (2) ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว เช่น โทรทัศน์ วิทยุ วีดีทัศน์ เครื่องโทรสาร ที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนเนื่อง จากการย้ายภูมิลำเนาและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ ได้รับยกเว้นอากร แต่ก็จะต้องมาผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีแดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบของ 1.3 แผนผังแสดงขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการสำหรับผู้โดยสารขาเข้า
หลักการตลาดที่จะทำให้ท่านรํ่ารวยและประสบความสำเร็จมีอยู่ 4 ข้อ1.ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำอยู่ เราต้องหาจุดเด่นของเราให้พบ2.ต้องมีความแตกต่างอย่างชัดเจน เราต้องแตกต่างจากคู่แข่งหรือคนอื่นๆ3.ค้องมีการแบ่งตลาดหรือหากลุ่มตลาดที่เป็นลูกค้าลูกค้าของท่านอย่าชัดเจน4.เพ็ง ทุ่มเท มุ่งมั่น โฟกัส เพื่อให้ถึงเป้าหมาย
ทางเลือกหนึ่ง ถ้าคุณกำลังมองหาบริษัทชิปปิ้งสำหรับนำเข้า-ส่งออกสินค้าของท่าน ที่มีความจริงใจและรับผิดชอบ
ตอบลบเรียน ผู้ใช้บริการคลังสินค้าอันตราย
ตอบลบ1. ตามประกาศท่าเรือแหลมฉบัง เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด มีข้อความโดยสรุปดังนี้
1.1. เจ้าของเรือหรือตัวแทน และเจ้าของสินค้าหรือตัวแทน ต้องส่งข้อมูลรายงานสินค้าอันตรายและข้อมูลความปลอดภัย ทาง DG-NET (www.dg-net.org) หากไม่ส่งข้อมูลล่วงหน้าตามที่กำหนด ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเทียบเรือ และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ จะงดให้บริการสินค้าอันตราย หากไม่ปฏิบัติตามประกาศฯ หรือไม่ติดฉลากหรือเครื่องหมาย ท่าเรือแหลมฉบังจะเรียกเก็บค่าปรับ
1.2. เจ้าของสินค้าที่จะรับสินค้าอันตราย ต้องจัดรถที่มีสภาพพร้อม และคนขับรถที่มีใบขับขี่ประเภทที่ 4 หากจัดหาคนขับรถที่ไม่มีใบขับขี่ประเภทที่ 4 หรือจัดคบขับรถที่มีไม่พร้อม หรือรถบรรทุกที่มีสภาพไม่ปลอดภัย ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเทียบเรือ และบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี ฯ จะตรวจสอบและงดให้บริการ
2. บริษัท เจดับเบิ้ลยูดีฯ (คลังสินค้าอันตราย) ในฐานะผู้ที่ต้องปฏิบัติตามประกาศ ขอความร่วมมือและรณรงค์จากผู้ใชบริการ ดังนี้
2.1. บริษัทฯ ได้ทำการจัดอบรมการใช้งาน DG-Net ให้กับผู้ใช้บริการตลอดเดือนพฤษภาคมแล้ว ดังนั้นการรับตู้สินค้าอันตรายในระหว่างวันที่ 23-31 พฤษภาคม หากไม่มีข้อมูลผ่านทาง DG -Net บริษัทฯ จะส่งข้อมูลให้ท่าเรือแหลมฉบังทราบ เพื่อปรับตามประกาศก่อนที่จะปล่อยตู้สินค้า และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน บริษัทฯ จำเป็นต้องรับตู้สินค้าเฉพาะที่มีข้อมูลใน DG-Net เท่านั้น โดยจะงดให้บริการกับตู้สินค้าที่ไม่ส่งข้อมูล ทั้งขาเข้า และขาออก
2.2. บริษัทฯ ได้ทำการอบรมผู้ควบคุมการขนส่งเพื่อให้สามารถเตรียมคนขับรถและตรวจสภาพรถใน สังกัดไปส่วนหนึ่งแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน บริษัทจะทำการสุ่มตรวจรถและคนขับรถ โดยจะส่งข้อมูลให้กับท่าเรือแหลมฉบัง เจ้าของรถขนส่ง และเจ้าของสินค้าผู้ว่าจ้าง เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้
บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด
ผู้ประกอบการคลังสินค้าอันตราย
1. พิธีการศุลกากรสำหรับผู้โดยสารขาเข้า
ตอบลบผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และไม่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด ให้ผ่านพิธีการศุลกากรช่องตรวจสีเขียว สำหรับผู้โดยสารที่มีของต้องเสียภาษีอากร ของต้องห้าม ของต้องกำกัด หรือไม่แน่ใจว่าของที่นำเข้านั้นเป็นของดังกล่าวหรือไม่ ให้ผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีแดง
1.1 ของที่ต้องชำระอากร
โดยทั่วไป ของทุกชนิดที่นำเข้ามาในประเทศไทยต้องเสียภาษีอากรตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศต้องมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเช่นเดียวกัน แต่กรมศุลกากรได้อำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ให้สามารถชำระภาษีอากรสำหรับของติดตัวผู้โดยสารได้ โดยไม่ต้องผ่านพิธีการศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบในลักษณะการค้า วิธีดังกล่าวนั้น เรียกว่า การเสียภาษีอากรปากระวาง ซึ่งมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
เป็นของที่นำเข้ามาใช้เอง มีจำนวนเห็นได้ชัดว่ามิใช่เพื่อการค้า
ของมีมูลค่าไม่เกิน 80,000.00 บาท
ผู้โดยสารต้องสามารถชำระค่าภาษีอากรเป็นเงินสดได้ในวันนำเข้า
กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะส่งของทั้งหมด ไปปฏิบัติพิธีการศุลกากร ที่ฝ่ายพิธีการกลาง ส่วนบริการภาษีอากร สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ ด่านศุลกากรภูมิภาคที่มีท่าอากาศยานนานาชาติ โดยผู้โดยสารจะได้รับใบรับฝากสิ่งของ (แบบที่ 466) ไว้เป็นหลักฐานเพื่อไปติดต่อชำระภาษีอากรในภายหลัง
1.2 ของที่ได้รับยกเว้นอากร
(1) ของใช้ส่วนตัวที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนสำหรับใช้เอง เช่น เครื่องแต่งกาย เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รองเท้า นาฬิกา ปากกา แว่นตา น้ำหอม เป็นต้น หรือของใช้ในวิชาชีพและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ มูลค่าไม่เกิน 10,000.00 บาท จะได้รับการยกเว้นอากร ทั้งนี้ ต้องมีเอกสารใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน หากไม่มี เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตาม หลักฐานอื่นประกอบ แต่ของใช้ส่วนตัวดังต่อไปนี้จะต้องมีปริมาณไม่เกินที่กำหนด
บุหรี่ ไม่เกิน 200 มวน หรือ ซิการ์และยาเส้น ไม่เกิน 250 กรัม
สุรา 1 ลิตร
(2) ของใช้ในบ้านเรือนที่ใช้แล้ว เช่น โทรทัศน์ วิทยุ วีดีทัศน์ เครื่องโทรสาร ที่เจ้าของนำเข้ามาพร้อมกับตนเนื่อง จากการย้ายภูมิลำเนาและมีจำนวนพอสมควรแก่ฐานะ ได้รับยกเว้นอากร แต่ก็จะต้องมาผ่านพิธีการศุลกากรที่ช่องตรวจสีแดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบของ
1.3 แผนผังแสดงขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการสำหรับผู้โดยสารขาเข้า
หลักการตลาดที่จะทำให้ท่านรํ่ารวยและประสบความสำเร็จมีอยู่ 4 ข้อ
ตอบลบ1.ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่ทำอยู่ เราต้องหาจุดเด่นของเราให้พบ
2.ต้องมีความแตกต่างอย่างชัดเจน เราต้องแตกต่างจากคู่แข่งหรือคนอื่นๆ
3.ค้องมีการแบ่งตลาดหรือหากลุ่มตลาดที่เป็นลูกค้าลูกค้าของท่านอย่าชัดเจน
4.เพ็ง ทุ่มเท มุ่งมั่น โฟกัส เพื่อให้ถึงเป้าหมาย